1 DAY WITH SKINCARE DOCTORS

เรื่อง “สวย” ของหมอทำสวย

ในวันที่ “ความสวย” มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าคำว่า “สวย”

Live Stories ปักษ์นี้เฟ้นหาตัวแทนหมอทำสวยต่างคลินิกมาบอกเล่าศาสตร์ความงามแบบล้วงลึก ที่นอกจากการเสกงานสวยๆ ให้คนไข้แล้ว ในฐานะผู้หญิงและในฐานะหมอ พวกเธอต้องทำอะไรกับตัวเองบ้างกว่าจะ “สวยสะบัด” อย่างที่เห็น

แพทย์หญิงต้องหทัย ตั้งสินมั่นคง

แพทย์ผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย Immagini Clinic

คุณหมอหน้าหวาน ผิวขาวอมชมพู ที่เชื่อว่าหลายคนเห็นแล้วต้องมีคำถาม ซึ่งถ้าเธอไม่เฉลย รับรองว่าไม่มีทางรู้

เป็นหมอผิว มี “สิว” ไม่ได้

อยากสวยต้องมีวินัย

เคยมีคนบอกว่าหมอที่เข้าสู่วงการความงามจะเริ่มหยุดอายุตัวเองไว้ที่ตรงนั้น เราจะไม่ยอมแก่ไปกว่านี้ หมอคิดว่าคนเราจะสวยได้ต้องมีวินัยอย่างมาก อย่างตัวหมอเองเน้นการดูแลสุขภาพโดยรวม รูปร่างหน้าตา รวมทั้งอาหารการกิน พอเรียนจบหมอจากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทำงานเป็นหมอผิวหนัง อย่างแรกที่ต้องดูแลคือ เรามีสิวไม่ได้ เพราะถ้าหมอหน้าตาไม่ดี คนไข้จะมองว่าหน้าตาตัวเองยังรักษาไม่ได้ แล้วคนไข้จะกล้ามารักษาหรือ พอดีเราเป็นหมอด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยด้วย ถึงรู้ว่าบางครั้งที่เป็นสิวอาจเกิดจากการแพ้อาหาร ตัวหมอเองแพ้นม ไข่ ถั่ว ก็ต้องงดของที่แพ้ ช่วยให้ความบวมลดลง ไม่มีสิวอีก แต่ถ้าวันไหนตบะแตก กินไข่หนึ่งฟอง หลังจากนั้นอีกสามวันสิวขึ้นหนึ่งเม็ด (หัวเราะ) ถ้าช่วงไหนพลาด เช่น ไปงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ กินอาหารที่แพ้เข้าไป อาการมาเลย ไม่สิวก็ผื่น

ต้องขอบคุณคุณแม่ที่สตริกต์เรื่องอาหารการกิน จนหมอแทบจะกินแต่ปลากับผัก ลดไขมัน ลดแป้ง เพราะคุณแม่สนใจเรื่องโภชนาการซีเรียสจริงจังกับอาหารสุขภาพ อาหารคลีนที่ฮิตกันตอนนี้มาทีหลังอาหารของแม่หมออีกนะ ท่านเน้นไม่ให้กินอาหารรสเค็ม และที่สำคัญคือต้องกินตรงเวลา โดยเฉพาะอาหารเช้าสำคัญมาก เพราะช่วยให้ฮอร์โมนควบคุมความหิวและความอิ่มทำงานดีขึ้น ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดี ไม่หิวโฮกแล้วจัดหนัก เพราะฉะนั้นชนิดของอาหาร ปริมาณ และเวลากินล้วนมีผล

นอกจากนี้หมอไม่ดื่มน้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มแต่น้ำเปล่า เชื่อไหมว่าคนที่ติดกินกาแฟ ไม่ได้ติดกาแฟหรอก แต่ติดน้ำตาลในกาแฟ ที่ทุกวันนี้คนไทยอ้วนกันเยอะเพราะเราบริโภคเครื่องดื่มรสหวานมากไป ทุกครั้งที่แฟนหมอดื่มกาแฟจะบอกเขาว่า เท่ากับพี่กินข้าวมันไก่หนึ่งจานแล้วนะ ที่สำคัญคือต้องมีวินัยเรื่องแคลอรีด้วย เพราะทั้งผู้หญิงและผู้ชาย อายุตั้งแต่ 25-30 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนไทรอยด์ที่ใช้เผาผลาญในร่างกายจะลดการทำงานลงตามวัย โดยส่วนตัวหมอไม่กินจุบจิบนอกมื้อ ในมื้ออาหารว่างก็กินผลไม้แทน เพราะฉะนั้นรักจะสวยต้องอดทนและมีวินัย ไม่มีใครสวยง่ายโดยไม่ทำอะไรหรอก”

โบท็อกซ์ลดกรามช่วยลดไซส์หน้า

ส่วนเรื่องหน้าตาของหมอกว่าจะมาถึงจุดนี้ อย่างแรกเลยคือ เราเป็นคนไทยจีน ทำให้มีรูปหน้ากลม แถมนอนกัดฟันมา 30 ปี ทำให้กรามซึ่งเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นเป็นธรรมดา อย่างแรกที่เริ่มทำกับหน้าตัวเองคือ ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม ทำให้หน้าเล็กลง จนทุกคนทักว่าผอมลงหรือเปล่า แถมยังทำให้กัดฟันน้อยลงด้วย เพราะก่อนหน้านี้ทางการแพทย์นำโบท็อกซ์มาใช้รักษาคนไข้ที่มีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง จนพบว่ากล้ามเนื้อลีบลง ตอนหลังถึงได้มีการนำมาใช้เรื่องความสวยงาม”

เลเซอร์หน้าใส กระชับรูขุมขน

ความที่ผิวแห้ง หมอต้องทามอยส์เจอไรเซอร์ทั้งหน้าและทั่วร่างทั้งเช้าแลเย็น ลองนึกภาพดูว่าต้องใช้ครีมบำรุงผิวมากเท่าไหร่ แต่แค่ทาครีมไม่พอ เพราะฉะนั้นทุกเดือนต้องยิงเลเซอร์ให้หน้าใส กระชับรูขุมขนและทำทรีตเมนต์บำรุงผิวเพิ่มเติม แถมพอเวลาผ่านไป โครงสร้างหน้าเปลี่ยน แต่เราอยากให้หน้าเด้งเท่าเดิม เพราะฉะนั้นจึงต้องยกกระชับผิวโดยใช้เทอร์มาจและอัลเทอร่า ทุกเครื่องหมอเคยลองมาหมดแล้ว การจะทำอะไรให้คนไข้ เราต้องรู้ว่าคนไข้จะรู้สึกอย่างไร ร้อนหรือเจ็บไหม ได้ผลอย่างไร บางทีเห็นคนไข้หน้าเด้ง เราก็อยากทำบ้าง ถ้าจะให้หน้าเป๊ะ ไม่สนเรื่องงบประมาณ ควรทำทั้งเทอร์มาจและอัลเทอร่าทุกหนึ่งปี แต่ความที่หน้าเรายังไม่เยินมาก จึงทำเทอร์มาจไปเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ยังไม่ได้ทำอีก ล่าสุดทำอัลเทอร่าไปปีที่แล้ว

เทอร์มาจเหมาะกับคนผิวยุ้ยๆ แก้มย้อยๆ ขณะที่อัลเทอร่าเหมาะกับคนหน้าตอบ แต่ถ้ามีกำลังทรัพย์ ทำทั้งสองอย่างจะสวยมากกว่า คิดเสียว่าหน้าเราเป็นเหมือนหมูกระทะที่วางแปะลงไป ทำให้เนื้อหมูหด ผิวหน้าเราก็เหมือนกัน โดนเทอร์มาจก็อารมณ์นั้นแหละ เพียงแต่เราไม่ใช่เนื้อหมู สุดท้ายเมื่อโครงสร้างคอลลาเจนของเราเปลี่ยน จากเดิมที่ย้วยๆ กลับมาสานกันแน่นขึ้น ทำให้เท็กซ์เจอร์ผิวดีขึ้น”

ฉีดฟิลเลอร์เสริมคางให้หน้าได้สัดส่วน

เวลาถ่ายรูปแล้วต้องจิกหน้าลงตลอดเวลาเพราะคางหายไป วัดสัดส่วนใบหน้าแล้วยังไม่เป๊ะ จะศัลยกรรม พ่อก็ไม่อนุญาต จึงฉีดฟิลเลอร์ที่คาง ซึ่งถ้ามีเทคนิคการฉีดที่ดี ใช้ฟิลเลอร์ที่ถูกต้อง จะดูเป็นธรรมชาติเหมือนเกิดมาหน้าเป็นแบบนี้เลย มีคนถามว่าทำจมูกที่คลินิกไหน ไม่รู้จะบอกอย่างไรว่าเหมือนพ่อเป๊ะ เพราะตาสองชั้นกับจมูกพ่อให้มา”

ผิวเรียบเนียนใช้เลเซอร์กำจัดขน

หมอยิงเลเซอร์กำจัดขนทั้งตัว สมัยก่อนมีเส้นขนบางๆ แต่ปริมาณเยอะ จนขาดความมั่นใจ ไม่กล้าใส่กางเกงขาสั้น จึงเป็นความใฝ่ฝันแต่เด็กว่าต้องกำจัดออกไป ปัจจุบันเรียบหายตายอนาถ เพราะตั้งแต่เรียนจบแพทย์ ทำงานเก็บเงินได้ก็ยิงเลเซอร์เลย ยิงหนึ่งรอบกำจัดขนได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์ ยิงไปแล้วต้องรอให้ขนงอกใหม่ ค่อยมายิงซ้ำ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ 5-8 ครั้ง สามารถกำจัดขนได้ 90 เปอร์เซ็นต์ของขนที่มีทั้งหมด หมอใช้เวลาทำทั้งหมด 2 ปี ขอบอกว่าสมัยก่อนเครื่องมือยังไม่พัฒนา หมอต้องยิงทีละเส้น เฉพาะขายิงไป 3 ชั่วโมง แขนอีก 2 ชั่วโมง จ่ายเป็นแสน ไม่เหมือนสมัยนี้ประหยัดมาก ทุกวันนี้ขนแทบไม่ขึ้นอีกเลย นานๆ ทีอาจมีขนหลุดรอดจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาได้หนึ่งหรือสองเส้นเท่านั้น” (หัวเราะ)

กำจัดเซลลูไลท์

ก่อนมาทำงาน สัปดาห์ละ 3 วัน หมอจะออกกำลังกายที่ฟิตเนสก่อน เริ่มจากเดิน 1 ชั่วโมง ต่อด้วยเวตเทรนนิ่งกับเทรนเนอร์อีก 1 ชั่วโมง วันต่อไปสลับเป็นเบิร์นก่อน ค่อยเล่นพิลาทีสยีดเส้น และแน่นอนว่าแม้ออกกำลังกายแล้ว สตริกต์อาหารที่กินแล้ว แต่ย่อมมีบางส่วนที่เป็นพันธุกรรม แก้ไม่หาย เช่น ขาใหญ่ และที่เกิดจากฮอร์โมนเพศหญิงคือ ไขมันสะสมต้นแขน พุง และต้นขา เป็น 3 แอเรียสุดเซ็งของผู้หญิง จึงต้องใช้เครื่องช่วยสลายไขมันเฉพาะจุดให้ความร้อนเข้าไปทำให้ไขมันละลายและสลายตัวไป ทำให้ผิวกระชับขึ้น ทำสัปดาห์ละครั้ง รวม 4-5 ครั้งก็พอ แต่ไม่ใช่ว่าทำเสร็จ สบายแล้วกินเต็มที่ ไม่ได้นะ ต้องมีวินัยในการกินด้วย เพราะเครื่องมือช่วยเราได้แค่ส่วนหนึ่ง ไม่สามารถช่วยได้ตลอดชีวิต”

ทำสวยทั้งทีต้องให้ดูเป็นธรรมชาติ

ทำทั้งทีต้องให้คนอื่นดูไม่รู้ ต้องดูสวยธรรมชาติ ซึ่งสิ่งนั้นคือความรับผิดชอบของหมอที่ต้องรู้ว่าสิ่งนั้นทำแล้วดีหรือไม่ดี ไม่ใช่คนไข้อยากทำอะไรก็ตามใจ เราต้องวิเคราะห์รูปหน้า แนะนำเขาว่าทำสิ่งนี้แล้วจะดูสวยเป็นธรรมชาติ ถ้ามีคนทักว่าดูสาวขึ้น สวยขึ้นนะ ไปทำอะไรมา นั่นคือหมอประสบความสำเร็จ หมอจะบอกเลยว่าสำหรับคนไข้คนนี้จะให้สวยที่สุดต้องทำอะไรบ้าง และอันดับหนึ่งที่ทำแล้วคุ้มคืออะไร ไล่เป็นลำดับมา เพื่อให้คนไข้รู้ว่าสิ่งที่เขาควรทำที่สุดคืออะไร และสามารถแก้ปัญหาตรงไหนได้บ้าง

ถ้าเรามองคนที่เดินเข้ามาปรึกษาว่าเป็นคนไข้ เราจะยังคงเป็นหมอ แต่ถ้าเมื่อไหร่เรามองคนไข้เป็นลูกค้า จะกลายเป็นว่าคนไข้อาจได้สิ่งที่ไม่จำเป็นกลับไป นี่คือหลักการของหมอค่ะ”

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ImmaginiDaisyDivaClinic
หรือสอบถาม Line ID: @immagini