Oh! My Girl ‘ผิวแตกลาย’ ปัญหาตั้งแต่วัยสาวรุ่นถึงคุณแม่

อะไรเอ่ย เป็นอีก 1 ปัญหาโลกแตกของสาวๆ ที่อยากมีผิวสวย? … ติ๊กต่อกๆ

เฉลยแล้วนะ…

ปัญหา ‘ผิวแตกลาย’ ค่ะ เป็นปัญหาที่เกิดกับผู้หญิงจำนวนมาก แม้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่สร้างความกังวลให้ผู้หญิงขาดความมั่นใจจนหลายคนไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำ โพสต์ท่าสวยเริ่ดเชิดหยิ่งตามประสาคนสวยๆ (อย่างเรา) บางคนถึงขั้นไม่กล้าใส่กางเกงขาสั้น

แล้วทราบกันไหมคะว่าสาเหตุปัญหานี้เกิดจากอะไร ฟ้าส่งฉันมาเกิดเป็นผู้หญิงแล้ว ทำไมต้องเจอปัญหาผิวแตกลายด้วย….

108 สาเหตุเปลี่ยน ‘ผิวสวย’ เป็น ‘ผิวแตกลาย’

ปัญหาผิวแตกลาย เกิดจากการยืดตัวของเส้นใยคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ซึ่งอาจเกิดการฉีกขาด จนเห็นรอยแตกลายบนผิวหนังโดยเฉพาะบริเวณทรวงอก เต้านม ท้องแขน ใต้วงแขน หน้าท้อง รอบเอว สะโพก ก้น ต้นขา มักเกิดขึ้นกับสาวๆ กลุ่มต่อไปนี้

1. สาววัยรุ่น ซึ่งร่างกายเจริญเติบโต น้ำหนักเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังขยายตัวเกิดเป็นรอยแตกลายบริเวณต้นขา สะโพกและหน้าอก

2. ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือคลอดบุตร โดยเฉพาะคนที่ ‘อ้วน’ เกิ๊น มักมีรอยแตกลายให้เห็นเยอะแถวหน้าท้องและทรวงอก

3.ผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวเกิน ยิ่งอ้วนมากผิวหนังยิ่งยืดออกมากเท่านั้น ทำให้มีโอกาสเกิดรอยแตกลายมากตามไปด้วย

4.ผู้หญิงที่ออกกำลังกายหนัก เช่น ยกน้ำหนัก ทำให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อยืดหดอย่างแรง ทำให้พบรอยแตกลายบริเวณหัวไหล่มากกว่าส่วนอื่น

5.ผู้หญิงที่ใช้ครีม หรือยาทาผิว รวมทั้งยารับประทานที่มีสารสเตียรอยด์นานๆ ทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนลดลง แถมทำให้ผิวหนังบางลงอีกต่างหาก เท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสผิวแตกลายมากขึ้น

6.ผู้หญิงที่เป็นโรคทำให้ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนบางชนิดมากผิดปรกติส่งผลให้คอลลาเจนลดลง

ต๊าย…ตาย ฉันเป็นผิวแตกลายแบบไหนกันนี่!

คุณผู้หญิงส่วนมากคงเคยเห็นผิวแตกลายมาบ้าง หรือบางคนอาจประสบปัญหานี้อยู่ก็ได้ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าปัญหาผิวแตกลายแบ่งได้เป็น 2 ระยะ ซึ่งส่งผลต่อการรักษาเสียด้วย

1. หากเกิดเส้นรอยแดงหรือชมพู เนื่องจากเส้นใยคอลลาเจนชั้นผิวหนังแท้ถูกยืดออก จนเกิดการฉีกขาด

ทำให้เส้นเลือดจากชั้นหนังแท้ปรากฏชัด เป็นอาการที่พบระยะเริ่มแรก หากเริ่มต้นการรักษาตั้งแต่ระยะนี้ จะได้ผลดี

2. หากไม่รักษาในระยะแรก เส้นรอยแดงนี้อาจค่อยๆ จางลง หรือเปลี่ยนเป็นเส้นสีขาวหรือเทา ถ้าแย่กว่า

นั้น อาจมีลักษณะเป็นหลุม การรักษาระยะนี้จึงค่อนข้างยากกว่าระยะแรก ต้องใช้เวลานาน แต่ถึงอย่างนั้น บางครั้งผิวแตกลายอาจค่อยๆ จางลงและหายไปได้เอง

‘รู้สาเหตุ’ ย่อมรักษาผิวแตกลายได้

ผิวแตกลายเกิดจากหลายสาเหตุ  ดังนั้นการรักษาผิวแตกลาย ควรต้องรู้สาเหตุก่อน เพราะวิธีรักษาจะแตกต่างกันไป

ถ้าเป็นรอยแตกลายที่เกิดจากผิวหนังยืดหรือหดตัว ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ แพทย์อาจให้ใช้ยาทาที่มีอนุพันธ์ของวิตามินเอ ซึ่งใช้ได้ผลกับรอยแตกลายระยะแรก ช่วยให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวชั้นบน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวเรียบเนียน แต่ยานี้อาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองและเกิดอาการแพ้ได้ ห้ามใช้กับหญิงมีครรภ์ หรือช่วงให้นมลูกหลังคลอด ก่อนใช้ยานี้ จึงควรขอรับคำปรึกษาจากแพทย์

นอกจากนี้ มีการนำเทคนิคกรอผิวด้านบนด้วยเกล็ดคริสตัลขนาดเล็ก (Microdermabrasion) มาใช้ร่วมด้วย เพื่อกำจัดเซลล์ผิวด้านบนออกทำให้ผิวสดใส เรียบเนียนขึ้น

สุดท้ายอาจต้องพึ่งเทคโนโลยีการแพทย์ประเภทเลเซอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพการรักษารอยแดง รอยแผลเป็น ผิวแตกลาย และริ้วรอย ซึ่งเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ใช้รักษานั้น มีด้วยกันหลายประเภท ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหา เช่น ถ้ามีผิวแตกลายเป็นเส้นรอยแดง เลเซอร์ประเภทพัลส์ไดเลเซอร์ (Pulse dye laser) มีประสิทธิภาพการรักษารอยแดงให้จางลงได้ แต่ถ้าไม่ได้รักษาตั้งแต่ระยะแรก ปล่อยจนกลายเป็นเส้นสีขาวและเทา ซึ่งเป็นระยะที่รักษายากขึ้น แพทย์อาจพิจารณาใช้เลเซอร์ประเภท เฟรคชันแนลเลเซอร์ (Fractional laser) ซึ่งมีประสิทธิภาพการรักษารอยแผลจากสิว รอยผิวแตกลาย และริ้วรอยเหี่ยวย่น

โดยเลเซอร์ประเภท เฟรคชันแนลเลเซอร์ (Fractional laser) จะสร้างจุดขนาดเล็กๆ ในปริมาณมาก บริเวณผิวที่ต้องการรักษา ทำให้เกิดความร้อน และกระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจนใหม่ และผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ทำให้ผิวเรียบเนียน ริ้วรอยจางลง รูขุมขนกระชับขึ้น หลุมตื้นขึ้น รอยแตกลายลดลง

การรักษาผิวแตกลายควรทำแต่เนินๆ และต่อเนื่องกัน  อาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน แต่ถึงอย่างนั้นผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของแต่ละคน

ชวนป้องกันผิวแตกลายตั้งแต่วันนี้ 

ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า สาวๆ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดผิวแตกลาย

1. ควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ให้อ้วนเกินนอกจากช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดผิวแตกลายแล้ว ยังดีต่อสุขภาพ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ

2. คุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ควรดูแลน้ำหนักตัวไม่ให้เกินเกณฑ์

3. ไม่ควรใช้ยา หรือครีมที่มีส่วนผสมสารสเตียรอยด์ โดยไม่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของไทย (อ.ย)

4. หมั่นกินผัก ผลไม้ ที่มีวิตามินซี และวิตามินอีสูง

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ImmaginiDaisyDivaClinic
หรือสอบถาม Line ID @immagini